วันนี้ เราจะพาคุณไปรู้จักกับ "น้ำตกทีลอซู" อลังการแห่งสายน้ำแห่ง อ.อุ้มผาง จ.ตาก![]() การมาเที่ยวน้ำตกทีลอซูนั้น ส่วนใหญ่นิยมมาเป็นโปรแกรม 3 วัน 2 คืน อธิบายสั้นๆ คือ วันแรกล่องเรือยางจากตัวเมืองอุ้มผางมาตามแม่น้ำแม่กลอง ขึ้นจากเรือที่บ้านท่าทราย จากนั้นนั่งรถหรือเดินเท้าต่อเพื่อไปนอนเต็นท์ที่เขตรักษาพันธุ์ป่าอุ้มผางทีลอซู เช้ารุ่งขึ้นเดินเข้าไปชมน้ำตกทีลอซู แล้วเดินทางกลับรีสอร์ท ในคืนที่ 2 นอนรีสอร์ทสบายๆ เช้ามืดวันถัดไปขับรถไปชมพระอาทิตย์ขึ้นเเละทะเลหมอกที่ดอยหัวหมด เป็นอันจบโปรแกรม... ซึ่งโปรแกรมนี้ ถ้าใครใช้บริการของบริษัททัวร์ท้องถิ่น ก็จะได้ทริปประมาณนี้แหละ และส่วนใหญ่ก็จะเริ่มโปรแกรมกันที่ อ.อุ้มผาง หรือบางทัวร์ก็จะมารับลูกทัวร์ที่ อ.แม่สอด ซึงก็จะสะดวกสบายขึ้นหน่อยถ้าคุณเดินทางมาโดยรถ บขส. จากกรุงเทพฯ หรือเมืองอื่นๆ จากตัวเมืองแม่สอดสู่อุ้มผาง นั่งเหวี่ยงมาในรถ เพราะต้องฝ่าฟันทะลุ "เส้นทางดอย กะเหรี่ยงลอยฟ้า 1,216 โค้ง" เรียกได้ว่าเส้นทางนี้เป็นน้องๆ โค้งแถวแม่ฮ่องสอนเลยล่ะ 164 กิโลเมตรใช้เวลาไป 3 ชั่วโมง ใครเมารถก็เตรียมหาถุงพลาสติกไว้เลยนะ เมื่อมาถึงอุ้มผางก็จะมาเช็ดอินที่ที่พักกันก่อน เเวะเปลี่ยนเสื้อผ้าที่รีสอร์ทเเป๊ปนึง จากนั้นก็เตรียมตัวลงเรือยางล่องแก่งลำน้ำแม่กลอง ในเวลาตามมาตรฐานที่จะต้องลงเรือยางก็ประมาณบ่ายโมงนิดๆ กำลังดีไม่ช้าจนเกินไป ![]() ![]()
หมู่บ้านกะเหรี่ยงบนถนนสู่อุ้มผาง
ล่องเรือยางจากอุ้มผางสู่ทีลอซู ล่องเรือยางตามกระแสน้ำไปตามเเม่น้ำเเม่กลอง คุณจะได้เห็นภาพธรรมชาติที่สวยงามมากมาย ไม่ว่าจะเป็น "น้ำตกทีลอจ่อ" ที่ตกลงมาจากหน้าผาสูงลงสู่ลำน้ำแม่กลอง ถัดจากนั้นมาไม่ไกลก็จะผ่าน "น้ำตกสายรุ้ง" หากเดินทางไปในช่วงเวลาที่เหมาะสมก็จะเห็นรุ้งกินน้ำที่เกิดจากแสงที่ตกกระทบกับละอองน้ำของสายน้ำตก ![]() ![]() ![]() น้ำตกสายรุ้งในหน้าหนาว ![]()
ผาผึ้ง
ระยะเวลาล่องแพยางประมาณ 3-4 ชั่วโมง แล้วแต่ความแรงของกระแสน้ำ เรือทุกลำจะส่งลูกทัวร์ที่ "บ้านท่าทราย" การเดินทางต่อจากจุดนี้ เป็นไปใน 2 ลักษณะคือ เดินเท้าหรือนั่งรถต่อไปยังจุดกางเต็นท์พักแรมที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผางอีกประมาณ 10 กิโลเมตร ซึ่งสภาพทางช่วงนี้เป็นถนนลูกรังอัดแน่น มีเนินขึ้นลงเป็นบางช่วงถ้าคุณมาในช่วงฤดูฝน ทางถนนจะปิด (และจะเปิดให้เข้าอีกครั้งในเดือนพฤศจิกายน) นักท่องเที่ยวจะต้องเดินเท้าเข้าไปยังเขตรักษาพันธุ์ป่าอุ้มผางทีลอซู ช่วงแรกจะเป็นเส้นทางเดินป่า 1 กม.แรก จากนั้นเดินตามทางถนนระยะทาง 9 กม. และขากลับหลังจากที่ชมน้ำตกทีลอซูแล้ว จะต้องเดินย้อนกลับเส้นทางเดิม เพื่อมาลงเรือยางที่บ้านท่าทรายเช่นเดิม ล่องเรือต่อไปอีกหน่อย จนถึงทางรถก็จะมีรถของทัวร์มารับกลับรีสอร์ท แต่ถ้าคุณมาในช่วงฤดูหนาว หลังจากเดือนพฤศจิกายนไปแล้ว ทางถนนก็จะเปิด สามารถนั่งรถเข้าไปได้ (แต่คงต้องเป็นโฟร์วิว ใครนั่งกระบะหลังเปิดท้ายก็อย่าลืมพกผ้าปิดจมูกไปด้วย เพราะทางมีฝุ่นเยอะมาก) และในขากลับก็นั่งรถออกมาเช่นกัน ไม่ต้องนั่งเรือต่อแล้ว เพราะรถจะพาคุณไปยังรีสอร์ทเลย ระหว่างทางก็จะพาไปยังแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียงคือ ถ้ำตะโค๊ะบิและสวนส้มสายน้ำผึ้ง นอนเต็นท์ค้างแรมคืนนึงก่อนเดินเท้าเข้าสู่น้ำตกทีลอซู ![]()
ลานกางเต็นท์ที่เขตรักษาพันธุ์ป่าอุ้มผางทีลอซู
แค้มป์ปิ้งนอนเต็นท์หลับสบายกันที่เขตรักษาพันธุ์ป่าอุ้มผางทีลอซู เช้าวันถัดมาจะเดินเท้าระยะทาง 1.5 กม. ไปชมความอลังการแห่งสายน้ำที่น้ำตกทีลอซู ทางเดินช่วงนี้ไม่ลำบากเพราะเป็นพื้นปูนเรียบร้อยดีและเเล้วเราก็ได้เห็นความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ..... ที่สูงชะลูดสีขาวเป็นละอองปุยทัดเทียมยอดต้นยางไกลลิบๆ นั่น คือระดับความสูงของน้ำตกทีลอซู... ผู้ที่ได้ชื่อว่า เป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถ้าคุณมาฝนช่วงหน้าฝนนะ จะพบว่าน้ำตกจะเยอะเต็มหน้าผา จะตระการตาน่าประทับใจมากๆ ![]() คำว่า "ทีลอซู" เป็นภาษากะเหรี่ยง แปลว่า "น้ำตกดำ" มีลักษณะเป็นน้ำตกภูเขาหินปูนขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนความสูงจากระดับน้ำทะเล 900 เมตร เกิดจากลำห้วยกล้อท้อ ลำน้ำทั้งสายตกลงสู่หน้าผาสูงชัน มีน้ำไหลแรงตลอดปี ความกว้างของตัวน้ำตกประมาณ 500 เมตร ไหลลดหลั่นเป็นชั้น ๆ มีความสูงประมาณ 300 เมตร ล้อมรอบด้วยป่าดงดิบที่อุดมสมบูรณ์มากๆ ทางเขตรักษาพันธุ์ป่าอุ้มผางทีลอซู ได้จัดทำพื้นที่นั่งชมและถ่ายภาพเอาไว้ให้นักท่องเที่ยว แต่ถ้าใครอยากสัมผัสใกล้กว่านี้ ก็สามารถลุยเดินเท้าเข้าไปในตัวน้ำตกได้อีกหน่อย แต่ถ้ามาหน้าฝนน้ำเยอะก็ระวังไว้หน่อยแล้วกันนะ เพราะกระแสน้ำแรงมากๆ ลมแรงและพื้นเป็นดินลื่นๆ ด้วย ![]() ![]() ตอนที่ฉันเดินทางไปเที่ยวนั้น พี่ๆนักท่องเที่ยวบางคนก็เดินต่อ เดินข้ามสายน้ำ ปีนหน้าผา เพื่อจะไปถึงยอดดอยเล็กๆดอยนึงที่อยู่ในน้ำตก ซึ่งจะมองวิวของน้ำตกได้จากมุมสูง ฉันก็ตั้งใจว่าจะขึ้นไปด้วย เเต่ตรงจุดนั้นดินเเฉะไปด้วยละอองน้ำจนเป็นโคลน ลื่นเท้ามากๆ ลมเเรงมาก เเถมรอบกายไม่มีอะไรให้ยึดเกาะเลย นอกจากคนข้างๆ ยืนอยู่ตรงนั้นไม่กี่นาที กล้องที่สะพายมาด้วยก็เริ่มชุ่มน้ำ ถ้าไม่มีกล้องมาด้วยก็คงจะคล่องตัวกว่านี้ ปีนตามเค้าไปแล้ว เเต่ระดับเราแล้วนะ.....รักกล้องมากกว่าเลยตัดสินใจไม่ไปต่อ 555+ เดินกลับลงมาชมความยิ่งใหญ่ของน้ำตกที่มุมมหาชนตามเดิม เรียกได้ว่าเก็บภาพงานนี้ต้องมีเลนส์วายด์ไปสักตัวแล้วล่ะ ![]() กลับมาที่เต๊นท์ เก็บข้าวของ ปั้มตราอุทยาน ซื้อโปสการ์ด ...เเล้วก็ได้เวลา อำลา...มหานที ทีลอซู นั่งรถโขยกเขยกลงมาตามทางเดิม มาถึงท่าทรายที่เรามาขึ้นฝั่งเมื่อวานนี้ เเล้วก็นั่งรถต่อไปอีกถึงเส้นทางหลวง ถ้าตามโปรเเกรมทัวร์ทั่วไป พอออกจากน้ำตกก็จะมาเเวะพักที่สวนส้มสายน้ำผึ้ง ให้พอได้กินน้ำส้มคั้นเย็นชื่นใจ เเละวัดหนองหลวง ที่อุโบสถหลังงามทำด้วยไม้สักทองทั้งหลัง ก่อนเดินทางกลับรีสอร์ท ![]()
อุโบสถไม้สักทอง ที่วัดหนองหลวง
ส่วนในวันสุดท้ายของทริปทีลอซู เช้าตรู่ของวันเรามาหมดทริปกันที่ "ดอยหัวหมด" อ.อุ้มผาง ภูเขาหัวโล้นๆ ที่ให้เราขึ้นมาชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงาม ทะเลที่มองเห็นไกลๆ และอากาศเย็นๆ ฉ่ำชื้นหัวใจ![]() ![]()
ทะเลหมอกที่ดอยหัวหมด
กลับจากดอยหัวหมด ก็กลับรีสอร์ท เก็บกระเป๋าข้าวของเเละอำลาเมืองอุ้มผางที่นี่ไป ถ้าพอมีเวลาก็ลองแวะน้ำตกพาเจริญ อ.พบพระ ระหว่างทางให้ได้พอชื่นใจสักครู่ ก่อนจะเดินทางกลับ อ.แม่สอด และถ้ามีเวลาอีกหน่อยก็แวะเที่ยวตลาดริมเมย ชายแดนไทย-พม่า ให้ได้ของฝากก่อนเดินทางกลับบ้านจ้า ![]() น้ำตกพาเจริญ อ.พบพระ ![]()
สามล้อเครื่องที่ตลาดริมเมย
แผนที่ทีลอซู
![]() สรุปอีกทีเที่ยวทีลอซูช่วงไหนดี : ไปช่วงต้นฝนดี มิ.ย. - ก.ค. สภาพเส้นทางที่ล่องเรือยางสวยมาก ต้นไม้เพิ่งออกใบใหม่สีเขียวสดป่าสวย น้ำตกพองาม ไปช่วงกลางฝนก็ดี ส.ค. - ต.ค. น้ำเยอะดี น้ำตกเต็มหน้าผา แต่ต้องเดินเข้าไป คนก็ไม่ค่อยมีเพราะไม่อยากเดิน ไปช่วงหมดฝนก็ดี พ.ย. - ธ.ค. สบายๆ ไม่ต้องเดิน นั่งรถถึงจุดพักแรม คนเยอะแต่น้ำเริ่มลดลง ไปช่วงหนาวก็ดี ม.ค. - เม.ย. ถือว่าน้ำใสดี คนก็น้อย น้ำก็น้อย |
วันพุธที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2557
วิวแห่งขุนเขาและสายหมอก พบเห็นได้เมื่อเที่ยวเมืองไทย
ภูเขาฤดูฝนคือสิ่งที่ผมรัก ผมไม่รู้ว่าผมหลงรักสิ่งนี้ไปตั้งแต่ตอนไหน ตั้งแต่จำความได้ตอนเด็ก ๆ นั้นล่ะมั้ง จุดเริ่มต้นผมรู้สึกชอบภูเขา ชอบมองมันทุกครั้งเวลาได้นั่งรถผ่านวิวภูเขาเสมอ และเมื่อวันหนึ่งผมพร้อมที่จะเดินทางด้วยตนเอง มันก็ถูกเริ่มต้นเมื่อ 3 ปีที่แล้ว จากภูเขาที่หนึ่งในตอนนั้น เชื่อมต่อเส้นทางของขุนเขาสีเขียวทั่วเมืองไทยให้กับผม มันเป็นช่วงเวลาที่รู้สึกที่ดีมาก ๆ เวลาเห็นภูเขาสีเขียว สีที่ทำให้โลกนี้ของผมเต็มไปด้วยความทรงจำของตั้งหลายเรื่อง บางทีอาจจะดูเป็นเรื่องไร้สาระของใครหลายคน แต่สำหรับผมมันยิ่งใหญ่มากในช่วงเวลาที่ผ่านมา หรือแม้กระทั่งวันนี้



มันเป็นความทรงจำที่เต็มไปด้วยความรู้สึกดี ๆ ที่ถูกสร้างขึ้นทีละเล็กทีละน้อย และหนึ่งในความทรงจำเรื่องหนึ่ง ก็คือ การได้มีโอกาสใช้เวลาเฝ้าดูการเปลี่ยนแปลงทุกช่วงเวลาของภูเขา เพื่อรอคอยบางสิ่งบางอย่าง ผมไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แต่รู้ว่ามันอาจจะทำให้สิ่งที่ผมเคยทำหายในตอนเด็ก ๆ ได้วนกลับมาอีกครั้งในตอนนี้ มันต้องเป็นแรงบันดาลใจที่จะได้ทำอะไรในแบบที่ผมรัก ในแบบที่ผมรู้สึกสนุก และอยู่ในมุมมองที่ผมอยากทำ ^^ ทะเลหมอกหน้าฝนมันคือแรงบันดาลใจของผม หนึ่งในความรักที่ทำให้ผมโลดแล่นไปกับภูเขาหน้าฝนเสมอ ต่อให้มันมาแล้วก็จางหายไป แต่สุดท้ายมันก็จะกลับมาอีก ให้ผมได้เฝ้ารอเพื่อที่จะได้เห็นทุก ๆ ครั้งในการเดินทางครั้งถัดไปเสมอ !!!!

มันคงคล้ายกับที่ผมรู้สึกกับที่แห่งนี้ในตอนแรก ๆ มันให้ความรู้สึกที่อยู่ใกล้บ้าน เลยไม่เคยได้วางแผนไปสักที แต่พอได้ไปในครั้งนั้น ผมก็หลงรักที่นี่ทันที มันเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ตอบแรงบันดาลใจผมได้เป็นอย่างดี
1. เส้นทางของขุนเขาและทะเลหมอก @ อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี
มันคือ 1 ใน 3 ของอุทยานแห่งชาติที่ผมชอบมากที่สุด ด้วยความงดงามของทิวทัศน์และความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ในฤดูฝน ผมรู้ว่าถ้าผมมาที่นี่วันไหนก็แล้วแต่ ผมจะได้เห็นความสวยงามของท้องทะเลแห่งขุนเขา และได้เห็นสายหมอกสีขาวแห่งทะเลหมอกอยู่เสมอ ตลอดเส้นทางตั้งแต่รู้สึกขับขึ้นเขา สองข้างทางเต็มไปด้วยภูเขาสวย ๆ และมีจุดชมวิวหนึ่งที่สวยมาก คือ จุดชมวิว กม.12 ก่อนถึงที่ว่าการอุทยานประมาณ 6 กิโลเมตร ผมมักใช้เวลาที่นี่ทุกครั้งเสมอ มันเหมือนเพื่อนเก่า ที่ยังไงก็ต้องแวะทักทาย แล้วขับรถต่อไปอีกนิดก็ถึง อช.ทองผาภูมิ ภายในตัวอุทยานฯ จะมีจุดชมวิวที่สวยงามมาก คือ จุดชมวิวเนินกูดดอย และ จุดชมวิวเนินช้างเผือก ผมไปที่นี่มาสองครั้งในรอบ 2 ปี และได้มีโอกาสนอนบ้านทาร์ซานในตัวอุทยานฯ มันเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก แม้จะมีหนูเต็มบ้านทาร์ซาน แต่สุดท้ายก็กลายเป็นเรื่องที่ขำปนสยองในคืนเดือนมืดที่ฝนตกหนักทั้งคืน แต่ธรรมชาติของที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นภูเขาและสายหมอก ยังคงทำให้ที่นี่เป็นปลายทางในแต่ละปีของผมเสมอ


มันรู้สึกดี และดีทุกครั้งที่เรารู้ว่าปลายทางของเราอยู่ที่ไหน และมันก็ดีเสมอที่ปลายทางนั้นมีอยู่จริง บางทีก็อยู่ใกล้ บางทีก็อยู่ไกล แต่สำหรับที่แห่งนี้แรงบันดาลใจของผมกับมันอยู่ใกล้กันเสมอ
2. ชมวิวทะเลหมอก 360 องศา @ ฐานปฏิบัติการช้างศึก อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี
ทุกครั้งที่ไปทองผาภูมิ ผมจะไม่มีทางพลาดจุดชมวิวที่ดีที่สุดอีกที่หนึ่ง มันคือ ฐานปฏิบัติการช้างศึก ด้วยวิวที่ผมสามารถมองเห็นวิวภูเขาได้ 360 องศา 360 องศาที่มองเห็นภูเขาที่จะทำให้ผมหลงรักมัน เล่ากันว่าในวันที่อากาศดีจะสามารถมองเห็นทะเลอันดามันตรงอ่าวเมาะตะมะของพม่า ^^ และในฤดูฝนโอกาสที่จะเจอทะเลหมอกในตอนเช้าสูงมาก มันเป็นทะเลหมอกที่ทำให้ผมลืมที่นี่ไม่ลงจริง ๆ







มันเป็นความทรงจำที่เต็มไปด้วยความรู้สึกดี ๆ ที่ถูกสร้างขึ้นทีละเล็กทีละน้อย และหนึ่งในความทรงจำเรื่องหนึ่ง ก็คือ การได้มีโอกาสใช้เวลาเฝ้าดูการเปลี่ยนแปลงทุกช่วงเวลาของภูเขา เพื่อรอคอยบางสิ่งบางอย่าง ผมไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แต่รู้ว่ามันอาจจะทำให้สิ่งที่ผมเคยทำหายในตอนเด็ก ๆ ได้วนกลับมาอีกครั้งในตอนนี้ มันต้องเป็นแรงบันดาลใจที่จะได้ทำอะไรในแบบที่ผมรัก ในแบบที่ผมรู้สึกสนุก และอยู่ในมุมมองที่ผมอยากทำ ^^ ทะเลหมอกหน้าฝนมันคือแรงบันดาลใจของผม หนึ่งในความรักที่ทำให้ผมโลดแล่นไปกับภูเขาหน้าฝนเสมอ ต่อให้มันมาแล้วก็จางหายไป แต่สุดท้ายมันก็จะกลับมาอีก ให้ผมได้เฝ้ารอเพื่อที่จะได้เห็นทุก ๆ ครั้งในการเดินทางครั้งถัดไปเสมอ !!!!



มันคงคล้ายกับที่ผมรู้สึกกับที่แห่งนี้ในตอนแรก ๆ มันให้ความรู้สึกที่อยู่ใกล้บ้าน เลยไม่เคยได้วางแผนไปสักที แต่พอได้ไปในครั้งนั้น ผมก็หลงรักที่นี่ทันที มันเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ตอบแรงบันดาลใจผมได้เป็นอย่างดี

มันคือ 1 ใน 3 ของอุทยานแห่งชาติที่ผมชอบมากที่สุด ด้วยความงดงามของทิวทัศน์และความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ในฤดูฝน ผมรู้ว่าถ้าผมมาที่นี่วันไหนก็แล้วแต่ ผมจะได้เห็นความสวยงามของท้องทะเลแห่งขุนเขา และได้เห็นสายหมอกสีขาวแห่งทะเลหมอกอยู่เสมอ ตลอดเส้นทางตั้งแต่รู้สึกขับขึ้นเขา สองข้างทางเต็มไปด้วยภูเขาสวย ๆ และมีจุดชมวิวหนึ่งที่สวยมาก คือ จุดชมวิว กม.12 ก่อนถึงที่ว่าการอุทยานประมาณ 6 กิโลเมตร ผมมักใช้เวลาที่นี่ทุกครั้งเสมอ มันเหมือนเพื่อนเก่า ที่ยังไงก็ต้องแวะทักทาย แล้วขับรถต่อไปอีกนิดก็ถึง อช.ทองผาภูมิ ภายในตัวอุทยานฯ จะมีจุดชมวิวที่สวยงามมาก คือ จุดชมวิวเนินกูดดอย และ จุดชมวิวเนินช้างเผือก ผมไปที่นี่มาสองครั้งในรอบ 2 ปี และได้มีโอกาสนอนบ้านทาร์ซานในตัวอุทยานฯ มันเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก แม้จะมีหนูเต็มบ้านทาร์ซาน แต่สุดท้ายก็กลายเป็นเรื่องที่ขำปนสยองในคืนเดือนมืดที่ฝนตกหนักทั้งคืน แต่ธรรมชาติของที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นภูเขาและสายหมอก ยังคงทำให้ที่นี่เป็นปลายทางในแต่ละปีของผมเสมอ




ทุกครั้งที่ไปทองผาภูมิ ผมจะไม่มีทางพลาดจุดชมวิวที่ดีที่สุดอีกที่หนึ่ง มันคือ ฐานปฏิบัติการช้างศึก ด้วยวิวที่ผมสามารถมองเห็นวิวภูเขาได้ 360 องศา 360 องศาที่มองเห็นภูเขาที่จะทำให้ผมหลงรักมัน เล่ากันว่าในวันที่อากาศดีจะสามารถมองเห็นทะเลอันดามันตรงอ่าวเมาะตะมะของพม่า ^^ และในฤดูฝนโอกาสที่จะเจอทะเลหมอกในตอนเช้าสูงมาก มันเป็นทะเลหมอกที่ทำให้ผมลืมที่นี่ไม่ลงจริง ๆ




ไม้ผลเมืองหนาว
สตรอว์เบอร์รี่ บ๊วยหรือพลัม
กีวี พลับ
สถานีเกษตรหลวงอ่างขางได้นำไม้ผลเมืองหนาวมาทดลองปลูกและขยายพันธุ์ เพื่อส่งเสริมให้ชาวไทยภูเขานำไปปลูกทดแทนการปลูกฝิ่น และลดการตัดไม้ทำลายป่าต้นน้ำ พันธุ์ไม้ผลส่วนมากได้รับพันธุ์มาจากไต้หวัน จีนและประเทศอื่น ๆ บ้าง ตัวอย่างของไม้ผลที่ทดลองปลูกจนประสบผลสำเร็จและขยายพันธุ์แล้ว เช่น
6.1 สตรอเบอรี่ (strawberry) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Fragaria ananassa วงศ์ ROSACEAE เป็นพืชที่ต้องปลูกในดินร่วนที่อุดมสมบูรณ์ พื้นที่มีระดับความสูงจากน้ำทะเลตั้งแต่ 800 เมตรขึ้นไปมีอุณหภูมิ 10-25 องศาเซลเซียส และมีอากาศเย็นตลอดปี พันธุ์ที่ส่งเสริมให้ปลูกในปัจจุบัน เช่น พันธุ์พระราชทาน 70 ซึ่งเป็นสายพันธุ์จากประเทศญี่ปุ่น ใบมีลักษณะกลมใหญ่ และสีเขียวเข้มไม่ทนต่อราแป้ง แต่ทนต่อโรคเหี่ยว ให้ผลผลิตค่อนข้างสูง น้ำหนักต่อผล 11.5 - 13.0 กรัม ผลมีลักษณะทรงกลมหรือทรงกรวย สีแดงสดใสแต่ไม่สม่ำเสมอ เนื้อและผลค่อนข้างแข็ง มีกลิ่นหอม มีความฉ่ำและรสชาติหวาน พันธุ์พระราชทาน 72 ก็เป็นสายพันธุ์จากประเทศญี่ปุ่น ชื่อพันธุ์ TOCHIOTOME น้ำหนักต่อผล 14 กรัม เนื้อผลแข็งกว่าพันธุ์พระราชทาน 70 แต่มีความหวานน้อยกว่า มีกลิ่นหอมเมื่อเริ่มสุก เนื้อภายในผลมีสีขาว ผิวผลเมื่อสุกเต็มที่จะมีสีแดงถึงแดงจัด เงาเป็นมันที่ผิวผล ทนต่อการขนส่งมากกว่าพันธุ์อื่น
6.2 พลับ (Persimmon) ชื่อวิทยาศาสตร์ Diospyros kaki วงศ์ EDENANEAE ขึ้นได้ดีในที่มีอากาศหนาวเย็น อุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการเจริญเติบโตของพลับควรจะเฉลี่ย 14-15 องศาเซลเซียส
6.3 บ๊วย (Japanese apricot) ชื่อวิทยาศาสตร์ Prunus mume Sieb.et.Zicc. วงศ์ ROSACEAE บ๊วยที่ปลูกเป็นพันธุ์จากไต้หวัน บ๊วยต้องการช่วงสภาพอากาศที่หนาวเย็นในช่วงเวลาหนึ่งอุณหภูมิเฉลี่ยที่เหมาะสมของบ๊วยจะอยู่ที่ประมาณ 13 – 15 องศาเซลเซียส
6.4 กีวี (Kiwi fruit) ชื่อวิทยาศาสตร์ Actinidia deliciosa (A. Chev.) C.F.Liang et A.R.Ferguson var. deliciosa อยู่ในวงศ์ ACTINIDIACEAE กีวี เป็นไม้ผลเขตหนาว ถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบเหนือของหุบเขาแยงซี ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน รู้จักกันมานานในชื่อ “ไชนิส กูสเบอรี่” (Chinese gooseberry) แต่ได้ถูกนำไปพัฒนาและปลูกเป็นการค้าที่ประเทศนิวซีแลนด์เป็นแห่งแรกและได้ เปลี่ยนเป็นชื่อ “กีวีฟรุต” เพราะนกกีวีเป็นสัญลักษณ์ของประเทศนิวซีแลนด์ กีวีต้องการความหนาวเย็นประมาณ 700-800 ชั่วโมง ดังนั้นพื้นที่ปลูกในประเทศไทยต้องมีความสูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 1,200 เมตรขึ้นไป ที่น่าสนใจคือ กีวีเป็นพืชที่มีดอกไม่สมบูรณ์เพศ ที่มีดอกเพศผู้และดอกเพศเมียแยกต้นกัน ในการปลูกจึงต้องปลูกต้นที่มีดอกเพศผู้และดอกเพศเมียในบริเวณเดียวกัน
6.5 สาลี่ (Asian pear) ชื่อวิทยาศาสตร์ Pyrus pyrifolia วงศ์ Rosaceae สาลี่เป็นไม้ผลเขตหนาว สาลี่ที่ปลูกในประเทศไทย เป็นชนิดสาลี่เอเชีย ซึ่งเนื้อผลจะกรอบและฉ่ำน้ำ ต่างจากสาลี่ยุโรปที่เนื้อผลจะอ่อนนิ่ม พันธุ์สาลี่ที่นิยมปลูก ได้แก่ พันธุ์ Yokoyama Wase, Xiang Sui และพันธุ์ใหม่ (SH-078 และSH-085)
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)
Pages - Menu
Blog Archive
Pages - Menu
Popular Posts
-
ภูเขาฤดูฝนคือสิ่งที่ผมรัก ผมไม่รู้ว่าผมหลงรักสิ่งนี้ไปตั้งแต่ตอนไหน ตั้งแต่จำความได้ตอนเด็ก ๆ นั้นล่ะมั้ง จุดเริ่มต้นผมรู้สึกชอบภูเขา ชอบมอง...
-
หลายจังหวัดเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวกันแล้ว โดยเฉพาะจังหวัดทางภาคเหนือ หลายจังหวัดมีอากาศหนาวเย็น เป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยว จังหวัดตากก็เช่นเ...
-
เที่ยวรับลมหนาวแบบประหยัด ทั้งงบและเวลาเดินทาง ไปชม ดอกซากุระบานบนขุนเขา แวะชิมสตอเบอรี่หวานโครงการหลวง และจิบกาแฟดอยหอมกรุ่นทะเลหมอกยามเช้...
-
แต่ละดอยล้วนมีความสวยงาม มีวิวสวย มีทุ่งดอกไม้สวย บางดอยขึ้นไปชมได้สะดวกสบาย บางดอยต้องเดินเท้าจนเหนื่อย นักท่องเที่ยวจะต้องเลือกเที...
-
น้ำตกทีลอซ ูเกิดจากลำห้วยกล้อท้อไหลมาจากผืนป่าบริเวณทิศตะวัตตกติดชายเแดนพม่า ลำน้ำทั้งสายตกลงจากหน้าผาสูงกลางป่าทึบของป่าทุ่งใหญ่ในเขต...
-
วันนี้ เราจะพาคุณไปรู้จักกับ "น้ำตกทีลอซู" อลังการแห่งสายน้ำแห่ง อ.อุ้มผาง จ.ตาก การมาเที่ยวน้ำตกทีลอซูนั้น ส่วนใหญ่น...
-
2. อัศจรรย์รุ้งกินน้ำ (น้ำตกทีลอเร จังหวัดตาก) ปรากฏการของ รุ้งกินน้ำ ที่โค้งตัวเปล่งสีสันงดงามสะท้อนกับแสงแดด ท่ามกลางสายน้ำ...
จุดชมวิว
จุดชมวิวช่วงระหว่่างการเดินทาง ตาก - แม่สอด ทิวทัศน์ จะเห็นวิวเขาสวยงาม ช่วงเช้าจะเป็นหมอก และช่วงเย็นจะเห็นพระอาทิตย์ตก บริเวณจะมีร้านกาแฟ และร้้านอาหาร บริการ เหมาะสำหรับนั้งเพลินๆ ดูพระอาทิตย์ตก



























